การศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสยาม

Last modified: April 26, 2019
You are here:
Estimated reading time: 2 min
ชื่อบทความ: การศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสยาม
Research Article: A study of smoking behaviors among undergraduate students at Siam University
ผู้เขียน/Author: เสถียร พูลผล, นฤมล โพธิศรีทอง,  อรวรรณ จิตวาณิช, รักษ์จินดา วัฒนาลัย
Email: Sathian.phu@siam.edu
สาขาวิชา/คณะ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพฯ 10160
Department/Faculty Faculty of Pharmacy,  Siam University, Bangkok 10160
Published/แหล่งเผยแพร่ E-Joumal,Silpakorn University Volume 12 Number 1 Page 1107-1125

เอกสารอ้างอิง

เสถียร พูลผล, นฤมล โพธิศรีทอง, อรวรรณ จิตวาณิช และรักษ์จินดา วัฒนาลัย. (2562). การศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสยาม. E-Joumal, Silpakorn University, 12(1), 1107-1125.


บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจเพื่อศึกษาข้อมูลทั่วไปและปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ศึกษาคะแนนระดับความรู้และเจคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ และเปรียบเทียบระดับความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ตามตัวแปรที่ศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยสยามปีการศึกษา 2560 จำนวนทั้งหมด 388 คนโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ความถี่และ  ร้อยละ) และสถิติเชิงอนุมาน (สถิติไคสแคว์ สถิติทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว)

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งเป็นเพศหญิง (ร้อยละ 55.41) มีอายุเฉลี่ย 21 ปี ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี่ (ร้อยละ 74.50) ศึกษาในคณะบริหารธุรกิจ (ร้อยละ 25.52) พักอยู่บ้านตนเอง (ร้อยละ 62.37) และมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ 33.76) เมื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับผู้ที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ด้วยสถิติไคสแคว์ พบว่า ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ เพศ ช่วงอายุ คณะที่ศึกษา สถานที่พักอาศัยในปัจจุบัน และรายได้เฉลี่ย (p= .00-.038) ผลคะแนนระดับความรู้และเจตคติเกี่ยวกับบุหรี่ของกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ย 11.20 ± 1.82 จากคะแนนเต็ม 15 และ 3.84 ± 0.677 จากคะแนนเต็ม 5 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยความรู้ เจตคติตามตัวแปรเพศ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ด้วยสถิติค่าที และตัวแปร อายุ คณะ ที่พักอาศัย รายได้เฉลี่ยต่อเดือน วิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว พบว่า เพศหญิงมีคะแนนความรู้และเจตคติดีกว่าเพศชาย นักศึกษาที่ไม่สูบบุหรี่และนักศึกษากลุ่มคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์มีคะแนนความรู้และเจตคติดีกว่านักศึกษาที่สูบบุหรี่และนักศึกษากลุ่มคณะอื่น ๆ ตามลำดับ นักศึกษาอยู่บ้านตนเองมีคะแนนความรู้และเจตคติน้อยกว่านักศึกษาที่อยู่อาศัยที่อื่น และนักศึกษาที่มีรายได้น้อยกว่า 5000 บาทมีคะแนนเจตคติที่ดีกว่ากลุ่มรายได้ 10000 – 15000 บาท โดยทุกตัวแปรที่กล่าวมาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนตัวแปรอื่นพบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนความรู้กับเจตคติด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันพบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r=.448, p=.00)

 

คำสำคัญ: บุหรี่, พฤติกรรมการสูบบุหรี่, นักศึกษา, มหาวิทยาลัยสยาม


ABSTRACT

The purposes of the survey research were to study the characteristic and factor affecting smoking behavior as well as the score of knowledge and the attitude towards smoking, and to compare the score of knowledge and attitude about smoking according to the studied variables in the undergraduate students of Siam University in 2017 academic year. Three hundred eighty-eight students were selected as representative by stratified random sampling. The questionnaires were utilized as our research instruments in the present study. Data were analyzed employing both descriptive analyses expressed as the frequency and percentage, and inferential statistics using chi-square test, t-test and one-way ANOVA.

 

The result indicated that 55.41% of the volunteers were females. The average age of participants was 21 years old. Most of them were non-smokers which accounted for 74.50%. Moreover, 25.52% and 62.37% of the participants studied in the faculty of business administration and stayed at their own residences, respectively. The percentage of the students earning lower than 5000 baht per month was 33.76%. Using chi-square test, gender, age, faculty, accommodation, and monthly income significantly contributed to the smoking behavior (p=.00-.038). The mean score of comprehension and the attitude towards smoking were 11.20 ± 1.82 out of 15 and 3.84 ± 0.68 out of 5, respectively. The effects of various factors on knowledge and attitude towards smoking were further investigated by dividing to gender and personal smoking manner using t-test, and age, faculty, accommodation, and monthly income using one-way ANOVA. The results revealed better score in female compared to those in male. Non-smokers and the students of medical sciences had higher score of knowledge and attitude towards smoking than those in smokers and non-medical science group, respectively. In case of the students living in their own house, fewer score of knowledge and attitude were observed in comparison to those in the others. The students earning less than 5000 baht per month had greater score of attitude compared to the students with a monthly income of approximately 10000 to 15000 baht. For the comparison between the entire mentioned variables, the significant level of .05 was noted. When the relationship between the score of knowledge and the attitude towards smoking was analyzed by using Pearson correlation coefficient, the relationship between knowledge and attitude towards smoking were exhibited (r=.448, p = .00).

 

Keywords: Cigarette, Smoking behavior, Undergraduate students, Siam University.


การศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสยาม

Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok, Thailand

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 52