50 ปีกับยาต้านอาเจียนที่ใช้ในคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด

Last modified: March 3, 2019
You are here:
Estimated reading time: 2 min
ชื่อเรื่อง: 50 ปีกับยาต้านอาเจียนที่ใช้ในคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด
Research Article: Fifty Years of Antiemetic in Chemotherapy-lnduced Nausea and Vomiting
ผู้เขียน/Author: อาจารย์ ทักษิณ จันทร์สิงห์ / Mr.Thaksin Jansing
Email: thaksin.jan@siam.edu
คณะ/สาขาวิชา: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพ 10160
Department Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok Thailand 10160
Published/แหล่งเผยแพร่ วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน. 15, 1 (ม.ค.-มี.ค. 62) หน้า 1-20

เอกสารอ้างอิง

Isan-Journal-of-Pharmaceutical-Sciences-vol15-Number1-jan-march-2019ทักษิณ จันทร์สิงห์. (ม.ค.-มี.ค. 2562). 50 ปีกับยาต้านอาเจียนที่ใช้ในคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, 15(1), 1-20.


บทคัดย่อ

อาการคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด (chemotherapy-induced nausea and vomiting, CINV) จัดเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง การพัฒนายาต้านอาเจียนในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดยาต้านอาเจียนกลุ่มหลักที่มีใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ dopamine receptor antagonists, 5HT3-receptor antagonists(5HT3-RAs),NK1-receptor antagonists(NK1-RAs) และ corticosteroids เมื่อไม่นานมานี้ยา olanzapine ซึ่งเป็นกลุ่มยาต้านอาการทางจิตที่มีข้อมูลศึกษาทางคลินิกในการใช้เพื่อป้องกันและรักษา CINV กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดที่มีความรุนแรงของอาการอาเจียนในระดับสูง (highly emetogenic chemotherapy, HEC) หรือปานกลาง (moderately emetogenic chemotherapy, MEC) จำเป็นต้องได้รับยาต้านอาเจียนมาตรฐานหลายชนิดร่วมกัน เพื่อป้องกันการอาเจียนแบบเฉียบพลันที่มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง (acute CINV) และแบบล่าช้าที่อาการมักเกิดขึ้นหลังจากได้รับยาเคมีบำบัดไปแล้ว 24 ชั่วโมง (delayed CINV)

ยาต้านอาเจียนชนิดแรกที่นำมาใช้ใน CINV คือ phenothiazine ตั้งแต่ปี ค.ศ.1970sต่อมาในปี ค.ศ.1980s มีข้อมูลการใช้ metoclopramide ในขนาดสูง แม้ให้ประสิทธิผลดีในการต้านอาเจียนจากยา cisplatinแต่พบผลข้างเคียงรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติอีพีเอส หลังจากนั้นในช่วงปี ค.ศ. 1990s องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) อนุมัติใช้ยากลุ่ม 5HT3-RAsในรุ่นแรก ได้แก่ ondansetron,dolasetronและ granisetron โดยยาแต่ละตัวมีประสิทธิผลต้านอาเจียนไม่ต่างกัน แต่ในด้านความปลอดภัยกลับพบว่าอาจทำให้เกิด QT prolongation ปี ค.ศ. 2003 US FDA ได้อนุมัติยา 5HT3-RAs ในรุ่นที่สอง โดย palonosetron มีค่าเภสัชพลศาสตร์และเภสัชจลนศาสตร์ที่เด่นมากขึ้น ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าสามารถป้องกัน delayed CINV ได้มากกว่ายาในรุ่นแรก ในขณะเดียวกัน US FDA ได้อนุมัติยา aprepitant ซึ่งเป็นยาตัวแรกในกลุ่ม NK1-RAs ต่อมาในปี ค.ศ. 2014 และ 2015 US FDA ได้อนุมัติยาในกลุ่มนี้อีก 2 ชนิด ได้แก่ netupitantและ rolapitant ตามลำดับ การใช้ยากลุ่ม NK1-RAs ร่วมกับ 5HT3-RAs และ dexamethasone เพิ่มประสิทธิผลประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับการใช้ 5HT3-RAs และ dexamethasoneโดยยา NK1-RAs แต่ละชนิดให้ประสิทธิผลต้านอาเจียนได้ไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม netupitant และ aprepitant ที่มีผลยับยั้ง CYP3A4 และ rolapitant มีผลยับยั้ง CYP2D6, BCRP และ P-gpดังนั้นผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและติดตามการเกิดอันตรกิริยากับยาชนิดอื่นๆ ร่วมด้วย ในปัจจุบันแนวทางเวชปฏิบัติสากลจาก National Comprehensive Cancer Network(NCCN) ส าหรับการป้องกัน CINV ใน HEC แนะนำยาต้านอาเจียนร่วมกัน 4 ชนิด (olanzapine, NK1-RAs, 5HT3-RAsและ dexamethasone) หรือ 3 ชนิด ที่เป็น olanzapine-based (olanzapine, 5HT3-RAs และ dexamethasone) หรือ NK1-RAs-based(NK1-RAs, 5HT3-RAs และ dexamethasone) ในกรณีของ MEC เลือกใช้ยาต้านอาเจียนร่วมกัน 2 ชนิด (5HT3-RAs และ dexamethasone) หรือ 3 ชนิดที่เป็น olanzapine-based หรือ NK1-RAs-based

 

คำสำคัญ: ผลข้างเคียง, ยาเคมีบำบัด, คลื่นไส้, อาเจียน, มะเร็ง


ABSTRACT

Chemotherapy-induced nausea and vomiting (CINV), is one of the most common side effects experienced by cancer patients. Over the past50 yearsin developing antiemetic drugs, major drug classes that have currently been used including dopamine receptor antagonists, 5HT3-receptor antagonists (5HT3-RAs), NK1-receptor antagonists (NK1-RAs) and corticosteroids. Recently, olanzapine an atypical antipsychotic has been used clinical studies in prophylaxis and treatment for CINV.Patients who are treatedwith chemotherapy agents in the highly emetogenic chemotherapy (HEC)group or the moderately emetogenic chemotherapy (MEC) group are necessary to receive a combination antiemetics for preventing of both acute CINV occurred within 24 hours and delayedCINV occurred after 24 hours following the chemotherapy.The first antiemetic drug used in CINV, phenothiazine, was introduced in 1970s. Later, the using of high dose metoclopramide was initiated in 1980. It has good antiemetic effects inpatients treated with cisplatin, but seriousside effects were found specifically theextrapyramidal symptoms.In 1990s, the US FDA has approved the first generation5HT3-RAs including ondansetron, dolasetron, and granisetron. They are comparable in the antiemetic effects, but safety concern, it was found thatQT prolongation. In 2003, the US FDA has approved the second generation 5HT3-RAs is palonosetron with the improvement of pharmacodynamics and pharmacokinetics properties. It resulted in better prevention of delayed CINV than the first generations. When palonosetron was introduced, aprepitant is the first NK1-RAs was approved by the US FDA in2003.Netupitant and rolapitant were later US FDA approved in the 2014 and 2015 respectively. The addition ofNK1-RAsto dexamethasone and 5HT3-RAs increased antiemetic effects 20 percent compared with the combination of dexamethasone and 5HT3-RAs. The NK1-RAs are equally effective for CINV prophylaxis. However, both netupitant and aprepitant can inhibit CYP3A4 enzymes. Additionally, rolapitant inhibits CYP2D6, BCRP, and P-gp. Therefore, patients should be evaluated and monitored for drug interactions with the other medications. The current clinical practice guideline by the national comprehensive cancer network (NCCN) for CINV prophylaxisin patients who are treated with the HEC, have recommended 4-antiemetic drugs (olanzapine, NK1-RAs, 5HT3-RAsand dexamethasone) or 3-antiemetic drugs olanzapine-based (olanzapine, 5HT3-RAsanddexamethasone)or NK1-RAs-based (NK1-RAs, 5HT3-RAs, and dexamethasone). For prevention of CINV induced by MEC, the guideline recommended the 2-antiemetic drugs (5HT3-RAs and dexamethasone) or 3-antiemetic drugs with olanzapine-based or NK1-RAs-based regimen.

 

Keywords: Side effects, Chemotherapy, Nausea, Vomiting, Cancer.


 

50 ปีกับยาต้านอาเจียนที่ใช้ในคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด

Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok, Thailand

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 203