กูลโคไคเนส: เป้าหมายใหม่สำหรับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

Last modified: May 19, 2022
You are here:
Estimated reading time: 1 min
ชื่อบทความ: กูลโคไคเนส: เป้าหมายใหม่สำหรับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด
Research Article: Glucokinase: The New Promising Target for Hypoglycemic Drugs
ผู้เขียน|Author: พิชัย ชัยชนะชัยชาญ|Pichai Chaichanachaichan
Email: pichai.cha@siam.edu
สาขาวิชา|คณะ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพฯ 10160
Department|Faculty: Faculty of Pharmacy,  Siam University, Bangkok 10160
Published|แหล่งเผยแพร่: วารสารเภสัชศาสตร์สยาม ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ก.ค.-ธ.ค. 2559 หน้า 22-28|Siam Pharmacy Journal Vol.1 No.2 Jul-Dec 2016, pp. 22-28.

การอ้างอิง|Citation

พิชัย ชัยชนะชัยชาญ. (2559). กูลโคไคเนส: เป้าหมายใหม่สำหรับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด. วารสารเภสัชศาสตร์สยาม, 1(2), 22-28.

Chaichanachaichan P. (2016). Glucokinase: The new promising target for hypoglycemic drugs. Siam Pharmacy Journal, 1(2), 22-28.


บทคัดย่อ

กลูโคไคเนส (glucokinase) เป็นเอนไซม์ในกลุ่มของเฮ็กโซไคเนส ที่มีบทบาทในการสลายน้ําตาลโมเลกุลเดี่ยวเช่น กลูโคส แมนโนส และฟรักโทส จากการศึกษาการทํางานของกลูโคเคเนสในสภาวะที่มีและไม่มีกลูโคส พบว่าในสภาวะที่มีกลูโคสการทํางานของเอนไซม์จะเพิ่ม มากกว่าสภาวะที่ไม่มีกลูโคส กลูโคไคเนสสามารถพบได้ในเซลล์ที่มีชีวิตทุกชนิด แต่มีระดับความเข้มข้นแตกต่างกัน โดยจะพบมากที่สุดที่เซลล์ตับ หน้าที่ของกลูโคไคเนสในเซลล์ตับคือ เป็นตัวกําหนดอัตราการสร้างและสลายไกลโคเจน ที่ตับอ่อนพบว่ากลูโคไคเนสเป็นเอนไซม์ที่มีบทบาทในการ หลั่งอินซูลิน โดยทําหน้าที่เป็นเครื่องตรวจวัดระดับกลูโคสภายในเซลล์ กล่าวคือ หากระดับน้ําตาลกลูโคสภายในเซลล์มากกว่าหรือเท่ากับ 5 มิลลิ โมลต่อลิตร กลูโคไคเนสจะอยู่ในสภาพเร่ง ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงศักย์ทํางานและกระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลิน การศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่าในหนูที่ไม่มีการผลิตกลูโคไคเนสจะเสียชีวิตตั้งแต่ตอนคลอดด้วยภาวะน้ําตาลในเลือดต่ําขั้นรุนแรง และจากรายงานในผู้ป่วยโรคเบาหวาน พบว่าระดับของกลูโคไคเนสที่ตับและตับอ่อนมีปริมาณลดลง ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับพยาธิกําเนิดของโรคเบาหวาน ดังนั้นความเข้าใจในเรื่อง สรีรวิทยาและการทํางานของกลูโคไคเนสจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจการทํางานของยาควบคุมระดับน้ําตาลในเลือดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทํางานของกลูโคไคเนส (glucokinase activator)

คําสําคัญ: กลูโคไคเนส, การหลั่งอินซูลิน, โรคเบาหวานชนิดที่ 2


ABSTRACT

Glucokinase is the enzyme in hexokinase family. The principle function is break down monosaccharides such as D-glucose, D-mannose, and D-fructose inside the cells via cellular metabolic pathways. Research with fluorescence technique shows the more activity of glucokinase in the experimental design with glucose than without glucose. Glucokinase can be found in all living organisms with differentconcentration depends on cell types. The highest concentration of glucokinase can be found in hepatocyte whosefunctions as rate-limiting enzyme for glycogenolysis and glycogenesis. In beta cell of pancreas, glucokinase acts as glucose sensor in the process called “glucose-stimlated insulin release”. Glucokinase is in active form when cellular glucose reach 5 millimolar a litre. The end-product from metabolism of glucose inside cells is ATP. Insulin will be released from beta cell due to the depolarization which cause from higher level of ATP/ADP ratio. Animal study reveals that mutant mice that cannot produce glucokinase will pass away with severe hypoglycemia. A study in diabetes patients shows the decrease concentration of glucokinase both in hepatocytes and beta cells which may has a correlation with the pathogenesis of diabetes mellitus. The critical point of this review is the properties, structure-function relationships, and organ-functions of glucokinase.

Keywords: glucokinase, glucose-stimulated insulin release, type 2 diabetes mellitus.


กูลโคไคเนส: เป้าหมายใหม่สำหรับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด|Pharmacotherapy of Depression in Patients with Chronic Medical lllness

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม | Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok, Thailand

Tags:
Was this article helpful? บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
ไม่ / Dislike 0
Views: 142
Previous: การตั้งตํารับไมโครอิมัลชันจากน้ํามันมะพร้าวดัดแปรสําหรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อที่ผิวหนัง
Next: Thermal Properties and Rheological Behaviors of the Anesthetic Gel Containing Lidocaine and Prilocaine