การสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิท 19 เพื่อออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

Last modified: August 27, 2020
You are here:
Estimated reading time: 2 min
ชื่อบทความ: การสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิท 19 เพื่อออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
Research Article: Survey of pharmacy students’ opinion towards online learning during the COVID 19 to design a new learning management approach of the Faculty of pharmacy, Siam University
ผู้เขียน/Author: เสถียร พูลผล และ ปฎิพล อรรณพบริบูรณ์ 
Email: sathian.ph@siam.edu
สาขาวิชา/คณะ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพฯ 10160
Department/Faculty: Faculty of Pharmacy,  Siam University, Bangkok 10160
Published/แหล่งเผยแพร่: หนังสือประมวลบทความในการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 15 ประจำปี 2563 จัดทำโดย สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย และ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

การอ้างอิง/citation

เสถียร พูลผล และ ปฎิพล อรรณพบริบูรณ์. (2563). การสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิท 19 เพื่อออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ใน หนังสือประมวลบทความในการประชุมวิชาการ  (Proceedings) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2563 เรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกอุดมศึกษาไทยในยุคพลิกผัน (Developing Thai higher education system and mechanism for disruptive era) (หน้า 36-47). กรุงเทพฯ: สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท) และ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.


บทคัดย่อ

งานวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามที่มีต่อการเรียนการสอนในช่วงโควิท 19 และนำข้อมูลที่ได้มาออกแบบการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ กลุ่มตัวอย่าง คือนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 1-5 จำนวน 180 คน คัดลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยคือแบบสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษา สถิติที่ใช้ในงานวิจัยคือสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหาผลการศึกษา พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 77.2) ทุกคนมีอินเทอร์เน็ตในการใช้งานส่วนใหญ่เคยเรียนและเคยสอบในรูปแบบออนไลน์ (ร้อยละ 95.6, 91.1 ตามลำดับ) อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนและการสอบออนไลน์ คือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ทในการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเรียน และการพูดคุยทางออนไลน์ (ร้อยละ 93.29, 92.2) และใช้บ้านและหอพักเป็นสถานที่เรียนออนไลน์ (ร้อยละ 96.1, 34.4) รูปแบบการเรียนที่นักศึกษาชอบมากที่สุดคือการเรียนในชั้นเรียน รองลงมาคือการเรียนออนไลน์แบบคลิปสอน (ร้อยละ 46.7,31.1 ตามลำดับ) ผลความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์ พบว่านักศึกษาค่อนข้างเห็นด้วยว่าเรียนออนไลน์ทำให้รู้สึกสะดวกและรู้สึกผ่อนคลาย (มัธยฐาน = 4 และ 3.5 ตามลำดับ) และนักศึกษาไม่ค่อยเห็นด้วยว่าการเรียนออนไลน์ทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมากยิ่งขึ้น มีแรงกระตุ้นทางการเรียนและอยากให้มีการปรับการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ในอนาคต (มัธยฐาน = 2) ด้านผลความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบออนไลน์ พบว่า นักศึกษาเห็นด้วยมากที่สุดว่ามีความกังวลในการสอบออนไลน์ (มัธยฐาน= 5) และค่อนข้างเห็นด้วยว่าการตรวจสอบของการสอบถูกลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวหรือความเป็นส่วนตัว (คะแนนมัธยฐาน 4)จากข้อมูลความคิดเห็นผู้วิจัยได้นำมาออกแบแนวทางการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ 3 รูปแบบดังนี้ 1) การสอนในชั้นเรียนโดยอัดคลิปไว้ให้ทบทวนบทเรียน 2) การเรียนแบบผสมผสาน 3) การใช้รูปแบบของการสอนผ่านแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ออนไลน์ในระบบเปิด

คำสำคัญ: การเรียนการสอนออนไลน์ การสอบออนไลน์ นักศึกษาเภสัชศาสตร์ การจัดการเรียนรู้


ABSTRACT

The purposes of this survey research were to survey the opinions of pharmaceutical students Siam University towards online learning during the COVID 19 and using the information to design a new learning management. Sample were 180, 1st -5th pharmacy students were selected by random stratified method. The research instruments were the pharmacy student’s opinion survey form. A descriptive analysis and content analysis were used for data analyses. The results show that most of the students are female (77.2%). Everyone had internet use. Most of them had studied and tested in the online format (95.6%, 91.1% respectively). The equipment used for learning and testing online were computers, tablets and mobile phones. Most of them use the internet to search for information about their studies and online chat (93.29%, 92.2% respectively) and use their home and dormitory as an online place of study (96.1%, 34.4%). The most preferred learning style were lecture classrooms. Next were online recorded session (46.7%, 31.1 respectively). The opinions of online learning were that students agreed that online learning made them feel comfortable and relaxed (median score = 4 and 3.5 respectively) and students rarely agree that online learning can increase interaction with friends, increasing student motivation in learning and would like to change all of lecture class to be online in the future (median score = 2). In the opinion of the online exam, it is found that the students agree with most about the online exam make them concerns (median score = 5) and rather agree that the examination process was intruded by private space or privacy (median score = 4). From the data, the researcher has released 3 new learning management approaches as follows: 1) Teaching in the classroom with record clips to review the lessons 2) blended learning 3) Using the style of learning through massive online open courses.

KEYWORDS: online learning, online exams, pharmacy students, learning.


การสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิท19 เพื่อออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok, Thailand

Related

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 32