ปัจจัยของผู้ป่วยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยางานบริบาลทางเภสัชกรรม โรงพยาบาลบางปลาม้า สุพรรณบุรี

Last modified: September 25, 2019
You are here:
Estimated reading time: 2 min
ชื่อบทความ: ปัจจัยของผู้ป่วยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยางานบริบาลทางเภสัชกรรม โรงพยาบาลบางปลาม้า สุพรรณบุรี
Research Article: The Influence of Patient Factors on Medication Adherence in Ambulatory Care Unit at Bangplama Hospital, Suphanburi
ผู้เขียน/Author: ดร.ภญ.กมลวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล
Dr. Kamolwan Tantipiwattanaskul
Email: kamolwan.tan@siam.edu
สาขาวิชา/คณะ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพฯ 10160
Department/Faculty Faculty of Pharmacy,  Siam University, Bangkok 10160
Published/แหล่งเผยแพร่ วารสารวิชาการสาธารณสุข ปีที่ 28 ฉบับเพิ่มเติม 1, กรกฎาคม – สิงหาคม 2562

การอ้างอิง/citation

กมลวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล. (2562). ปัจจัยของผู้ป่วยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยางานบริบาลทางเภสัชกรรม โรงพยาบาลบางปลาม้า สุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28, S107-S119.


บทคัดย่อ

การส่งเสริมให้ผู้ป่วยร่วมมือในการใช้ยาเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของเภสัชกร ความร่วมมือในการใช้ยาส่งผลต่อคุณภาพการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและยังส่งผลต่ออัตราการเจ็บป่ วย อัตราการเสียชีวิตและอัตราการนอนโรงพยาบาล ด้วยการค้นหาปัจจัยที่ส่งผลต่อความร่วมมือในการใช้ยาจึงอาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการใช้ยาให้แก่ผู้ป่วยได้ การศึกษาเชิงพรรณนานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาเกี่ยวกับยา และปัจจัยของผู้ป่วยที่มีผลต่อการเกิดปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยา โดยดำเนินการเก็บข้อมูลย้อนหลังในปีงบประมาณ 2558 ณ งานบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกของคลินิกเฉพาะโรค ได้แก่ คลินิกโรคหืด คลินิกโรคเบาหวาน และคลินิกวาร์ฟาริน จากข้อมูลผู้ป่วย 212 ราย ผลการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับยาพบทั้งหมด 394 ปัญหา เกี่ยวข้องกับความไม่ร่วมมือในการใช้ยามากถึง 205 ปัญหา คิดเป็นร้อยละ 52.03 แต่ละปัจจัยของผู้ป่ วยที่มีผลดังกล่าว มีความแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิกพิเศษ ในภาพรวมพบว่า ปัจจัยของผู้ป่วยนอกที่มีผลต่อความไม่ร่วมมือในการใช้ยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (p=0.007) การที่ผู้ป่วยมาติดตามผลการรักษาไม่สม่ำเสมอตามนัด (p=0.001) และการมีโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคร่วม (p=0.039) นอกจากนี้พบว่า หากผู้ป่วยมีปัจจัยที่บ่งชี้ถึงความสามารถของการควบคุมโรคได้ดี ได้แก่ ความสามารถควบคุมอาการโรคหืด การมีระดับน้ำตาลในเลือดตามเป้าหมาย และการมีระดับ INR อยู่ในช่วงเป้าหมาย จะสัมพันธ์กับการลดลงของปัญหาเกี่ยวกับยานี้ในผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p=0.001) และการมีผู้ดูแลในการใช้ยาก็ส่งผลดีต่อความร่วมมือในการใช้ยาเช่นกัน (p=0.026) ผลที่ได้จากการศึกษาสามารถนำมาพัฒนางานบริบาลทางเภสัชกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาโดยเจาะจงให้ความสำคัญกับผู้ป่วยสูงอายุที่ขาดผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังร่วม และผู้ป่วยที่ผิดนัดการรักษา พร้อมทั้งส่งต่อข้อมูลให้กับทีมสหวิชาชีพและทีมเยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์และความปลอดภัยจากการรักษาด้วยยา

คำสำคัญ: ความร่วมมือในการใช้ยา, งานบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก, ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย, ปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยา


Abstract

Medication adherence is associated with quality of life, morbidity, mortality and hospitalization of patients. Pharmacist can provide the influential role to enhance medication adherence. Determination of patient factors means the successful key for drug related problems (DRPs) management. The purpose of this study was to determine the DRPs and patient factors affecting on medication adherence. The study site was an ambulatory care unit at Bangplama Hospital, Suphanburi Province. Retrospective data were gathered from 212 patients in warfarin clinic, asthma clinic, and diabetes mellitus clinic in the fiscal year of 2015. Total of 394 DRPs were detected. The most important DRP was non-compliance problem. It was counted for 205 problems (52.03%). The influence of patient factors was different among three special clinics. Three patient factors were significantly associated with non-adherence. They were patient aged over 60 years old (p=0.007), unscheduled appointment (p=0.001), and cardiovascular co-morbidity (p=0.039). If the therapeutic target was accomplished, such as controlled asthma symptoms, targeted fasting blood sugar level and targeted INR, it would be significantly associated with the decrease of non-adherence (p=0.001). Patients’ caregiver was also helpful to improve their adherence (p=0.026). The results from this study could provide information on medication adherence for pharmacy department and patient care team. Pharmaceutical care activity should give priority to the elderly patients without caregiver or to the patients with chronic diseases or those who failed to follow-up the treatment. As a result, the efficacy and safety of pharmacotherapy could be improved.

keywords: ambulatory care, drug related problems, medication adherence, patient factors.


ปัจจัยของผู้ป่วยที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยางานบริบาลทางเภสัชกรรม โรงพยาบาลบางปลาม้า สุพรรณบุรี / The Influence of Patient Factors on Medication Adherence in Ambulatory Care Unit at Bangplama Hospital, Suphanburi

Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok, Thailand

Related:

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 26