ปัญหาเกี่ยวกับการทำสัญญาประกันชีวิตทางโทรศัพท์ที่มีเงื่อนไขไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

Last modified: September 8, 2019
You are here:
Estimated reading time: 3 min
หัวข้อสารนิพนธ์:
Project Title:
ปัญหาเกี่ยวกับการทำสัญญาประกันชีวิตทางโทรศัพท์ที่มีเงื่อนไขไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ
The Problem Relating to Making a Contract of Life Insurance Which is Subject to a Condition That There Will be Neither Medical Exam Question About Health Over the Phone
ชื่อนักศึกษา:
Author:
นางสาววันดี พละศึกษา
Ms. Wandee Palasuk
อาจารย์ที่ปรึกษา:
Advisor:
รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีพฤทธิ์ ศิริศักดิ์บรรจง
Associate Professor Dr. Tavephut Sirisakbanjong
ระดับการศึกษา:
Degree:
นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.)
Master of Laws Program
สาขาวิชา:
Major:
นิติศาสตร์
Laws
คณะ:
Faculty:
บัณฑิตวิทยาลัย
Graduate Schools
ปีการศึกษา:
Academic year:
2558
2016

การอ้างอิง/citation

วันดี พละศึกษา. (2558). ปัญหาเกี่ยวกับการทำสัญญาประกันชีวิตทางโทรศัพท์ที่มีเงื่อนไขไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ. (การค้นคว้าอิสระนิติศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม.


บทคัดย่อ

การเกิดสัญญาประกันชีวิตทางโทรศัพท์ในปัจจุบันเป็นการทำสัญญาที่พัฒนาการขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งของการทำสัญญา โดยที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะประกันภัย เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 ในขณะนั้นการทำสัญญาจึงเป็นการเข้าทำสัญญาต่อบุคคลผู้อยู่เฉพาะหน้ามากกว่าการที่จะใช้เทคโนโลยีในการทำสัญญา ทำให้กฎหมายที่มีอยู่เป็นการทำสัญญาต่อบุคคลที่อยู่เฉพาะหน้าแต่ในปัจจุบันการทำสัญญาประกันชีวิตได้พัฒนารูปแบบขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง คือ มีการขายประกันโดยผ่านพนักงานตัวแทน ด้วยวิธีการโทรศัพท์ไปชักจูงใจผู้บริโภค ในขณะที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังไม่มีการแก้ไข ปรับปรุง หลักเกณฑ์ วิธีการที่จะรองรับการทำสัญญาประกันภัยทางโทรศัพท์ไว้เลย ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่กฎหมายไม่มีการพัฒนารองรับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปก็คือ คู่สัญญามีการเอารัดเอาเปรียบกัน โดยการใช้เงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะประกันภัย ไม่ว่าในเรื่องของหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่ว่าในเรื่องของเงื่อนไขการตรวจสุขภาพหรือแถลงข้อความจริงในขณะทำสัญญาผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ก็คือ ปัญหาในการฟ้องร้องบังคับคดีที่กระทำได้ยากโดยประเด็นปัญหาสำคัญ ซึ่งคู่สัญญาโต้แย้งระหว่างกันได้ ก็คือ สัญญาประกันชีวิตที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือที่จะฟ้องร้องบังคับคดี

จากการศึกษาพบว่า ในการเกิดขึ้นของสัญญาประกันภัยทางโทรศัพท์ในประเทศอังกฤษ ก็จะมีกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการพาณิชย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Model law on Electronic commerce) คำว่า “อิเล็กทรอนิกส์” นั้นการทำสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ยังครอบคลุมไปถึงการทำสัญญาประกันภัยทางโทรศัพท์ด้วย การบันทึกเทปทางโทรศัพท์จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อสัญญาได้เกิดขึ้นแล้วในทางกฎหมายของประเทศอังกฤษให้การยอมรับเทปบันทึกเสียงทางโทรศัพท์เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีได้ซึ่งมีลักษณะสาระสำคัญเทียบเคียงได้กับหนังสือกรมธรรม์ประกันภัยตามกฎหมายไทย แต่กฎหมายอังกฤษยอมรับการบันทึกเทปในฐานะเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ต้องมีรายมือชื่อของคู่สัญญา ส่วนการเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพและการตอบคำถามสุขภาพ ตามกฎหมายไทยถือว่าการแถลงข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันในขณะทำสัญญา ส่วนประเทศอังกฤษนั้นถือว่า เป็นการที่ผู้รับประกันยินยอมสละประโยชน์ของตน ทั้งที่การโฆษณาเช่นนี้ทำให้ผู้เอาประกันเข้าใจผิดและถือว่าการที่ผู้รับประกันไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นกรณีที่ ผู้รับประกันไม่ได้ใช้ความระมัดระวังดังที่วิญญูชนคนทั่วไปย่อมคาดหมายได้ว่าคนชราย่อมต้องเจ็บป่วย จึงต้องถือว่าสัญญาประกันชีวิตสมบูรณ์ ไม่สามารถใช้สิทธิบอกล้างโมฆียกรรมได้ และการโฆษณาในลักษณะดังกล่าวของผู้รับประกันไม่ถือว่าเป็นการฉ้อโกงเพราะเป็นการให้คำรับรองในอนาคตไม่ใช่การปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จได้ แต่การไม่บอกข้อยกเว้นการให้ความคุ้มครองของสัญญาประกันชีวิตนั้น เป็นการทำกลฉ้อฉลด้วยการนิ่ง ในการฟ้องร้องบังคับคดีกฎหมายของประเทศอังกฤษยอมรับฟังเทปบันทึกเสียงทางโทรศัพท์เป็นพยานหลักฐานได้ ตัวผู้เอาประกันก็สามารถที่จะอ้างอิงเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงและขอให้ศาลออกหมายเรียกเทปบันทึกเสียงที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับประกันเข้ามาในคดีเพื่อที่จะเอามาเป็นพยานหลักฐานเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันได้ จึงทำให้ผู้เอาประกันได้รับการเยียวยาความเสียหายและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดี ก็สามารถต่อสู้คดีและได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม

จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น จึงควรมีการแก้ไขกฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสัญญาและหลักฐานการชำระเงินในการทำสัญญาประกันชีวิตทางโทรศัพท์ได้เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ พ.ศ. 2552 ให้สามารถใช้บังคับให้เหมาะสมด้วย โดยควรกำหนดให้การกำหนดเงื่อนไขของผู้รับประกันว่าไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพนั้น ไม่สามารถอ้างเหตุเกี่ยวกับสุขภาพของผู้เอาประกันมาเป็นเหตุในการปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้

 

คำสำคัญ: ประกันชีวิต, ประกันชีวิตทางโทรศัพท์, พยานอิเล็กทรอนิกส์, การตอบคำถามสุขภาพ


Abstract

The existence of contract of life insurance made over the phone these days represents a progress in creating a contract. Since Title XX of Book III of the Civil and Commercial Code, law on insurance, was drafted in B.E.2468(1925) where a contract is made face-to-face rather than through technology; laws provided by such code deal with making a contract between persons in each other’s presence. Although, at present, the way a contract of life insurance is created is different, i.e. the insurance is sold by an agent by calling the consumer and persuading him to buy the insurance; the Civil and Commercial Code has not been amended and the rule and manners for the creation of contract of insurance over the phone have not been improved. A
problem arising from unreformation of laws to catch up with new technology is that parties alleges conditions set by Title XX of Book III of the Civil and Commercial Code (law on insurance), such as requirement of written evidence, of medical exam, or of making true statements during the creation of a contract over the phone, to take advantage of each other. Raising those conditions leads to points in dispute like whether the contract of life insurance is created or whether there is telephone recording is a part of Electronic Commerce. Under English law, when a contract is formed, the record of telephone conversation is allowed to be used as evidence in the litigation. Except for the fact that such kind of evidence is not required to contain signatures of both parties, its essence is similar to a policy of insurance being admissible evidence under Thai law. With regard to disclosing health-related facts and answering health-related questions, under Thai law, it is the assured’s duty to make statements in regard to such fact at the time of making a contract while, under English law, if there is no such action, it is deemed that the insurer agrees to waive his benefit. Advertising that there is no question about health or no medical exam makes the assured misunderstand the condition of the contract and failure to know
the health-related fact of the insurer is regarded as failure to exercise such care as might be expected from a person of ordinary prudence since the insurer should have known that the elderly
usually gets sick: therefore, the contract of life insurance is valid and cannot be avoided. Although advertising so is not deemed to be a fraudulence as it is a warranty of the future performance, not the concealment of the facts or the assertion of a falsehood; intentional silence in respect to the exception of the protection given by the contract of life insurance is deemed to be a fraud. According to English law, the record of telephone conversation is admissible evidence in litigation. The assured can use it as evidence for proving the fact and request the court to issue a writ directing the insurer to deliver the record he possesses so that it can be used, in favor of the assured, as an evidence. With such provision, the assured is able to be ompensated for his damage and have no problem concerning evidence in litigation. He can defend himself in trial and justification will be rendered in justice system.

With all above mentioned, Thai laws on admissibility of electronic evidence should be amended. Doing so will solve the problem concerning contract and evidence of payment for the
contract of life insurance made over the phone. In addition, the Insurance Commission should reform Insurance Commission Declaration on Prescription of rules on methods of issuing and
offering insurance policy for sale via telephone (telemarketing) B.E. 2552 (2009) so that it is suitable for enforcement. The declaration should provide that if the insurer conditions that, in
making a contract, no medical exam is required or no health-related questions are needed to be answered; he cannot allege the health condition of the assured to refuse to make a compensation for damage.

 

Keywords:  Life Insurance, Making a life insurance via phone, Electronic Evidence, Answering Health-related Questions.


ปัญหาเกี่ยวกับการทำสัญญาประกันชีวิตทางโทรศัพท์ที่มีเงื่อนไขไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

Master of Laws Program, Siam University, Bangkok, Thailand

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 43