ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้อีริโทรไมซินเอสโทเลตชนิดรับประทานร่วมกับเมโทโคลพราไมด์เปรียบเทียบกับการใช้เมโทโคลพราไมด์ชนิดเดียวในผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่รับอาหารผ่านทางเดินอาหารได้ลดลง: การศึกษาเปรียบเทียบ กลุ่มควบคุมแบบสุ่มชนิดปกปิด 2 ทาง

Last modified: September 17, 2020
You are here:
  • KB Home
  • -ประเภทของโครงการ | Project Type
  • -ทุนวิจัยภายใน|Internal Research Funding
  • ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้อีริโทรไมซินเอสโทเลตชนิดรับประทานร่วมกับเมโทโคลพราไมด์เปรียบเทียบกับการใช้เมโทโคลพราไมด์ชนิดเดียวในผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่รับอาหารผ่านทางเดินอาหารได้ลดลง: การศึกษาเปรียบเทียบ กลุ่มควบคุมแบบสุ่มชนิดปกปิด 2 ทาง
Estimated reading time: 2 min
ชื่อบทความ: ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้อีริโทรไมซินเอสโทเลตชนิดรับประทานร่วมกับเมโทโคลพราไมด์เปรียบเทียบกับการใช้เมโทโคลพราไมด์ชนิดเดียวในผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่รับอาหารผ่านทางเดินอาหารได้ลดลง: การศึกษาเปรียบเทียบ กลุ่มควบคุมแบบสุ่มชนิดปกปิด 2 ทาง
Research Article: Efficacy and safety of oral erythromycin estolate in combination with metoclopramide versus metoclopramide monotherapy in mechanically ventilated patients who developed enteral feeding intolerance: A randomized double-blind controlled study
ผู้เขียน/Author: ธนิยา เจริญเสรีรัตน์, สิริมา สิตะรุโน, รังสรรค์ ภูรยานนทชัย, อัสมา นวสกุลพงศ์, สงวน ลือเกียรติบัณฑิต และ สุทธิพร ภัทรชยากุล | Taniya Charoensareerat, Sirima Sitaruno, Rungsun Bhurayanontachai, Asma Navasakulpong, Sanguan Lerkiatbundit, Sutthiporn Pattharachayakul
Email: taniya.cha@siam.edu
สาขาวิชา/คณะ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุงเทพฯ 10160
Department/Faculty Faculty of Pharmacy,  Siam University, Bangkok 10160
Published/แหล่งเผยแพร่ รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยสยาม

การอ้างอิง/citation

ธนิยา เจริญเสรีรัตน์, สิริมา สิตะรุโน, รังสรรค์ ภูรยานนทชัย, อัสมา นวสกุลพงศ์, สงวน ลือเกียรติบัณฑิต และ สุทธิพร ภัทรชยากุล. (2563). ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้อีริโทรไมซินเอสโทเลตชนิดรับประทานร่วมกับเมโทโคลพราไมด์เปรียบเทียบกับการใช้เมโทโคลพราไมด์ชนิดเดียวในผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่รับอาหารผ่านทางเดินอาหารได้ลดลง: การศึกษาเปรียบเทียบ กลุ่มควบคุมแบบสุ่มชนิดปกปิด 2 ทาง (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสยาม.


บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ยาน้ำแขวนตะกอนอีริโทรไมซิน โดยให้ผ่านทางสายยางให้อาหารร่วมกับยาเมโทโคลพราไมด์รูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำในการรักษาภาวะการรับอาหารผ่านทางเดินอาหารได้ลดลงในกลุ่มผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำการศึกษาแบบสุ่มปกปิด 2 ทาง เกณฑ์การคัดเข้า ได้แก่ ผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่มีอาการอาเจียน และ/หรือท้องแน่นตึง (abdominal distension) ร่วมกับมีอาหารเหลือค้างในกระเพาะ ≥ 150 มิลลิลิตร/ครั้ง หรือ ผู้ที่มีอาหารเหลือค้างในกระเพาะ ≥ 250 มิลลิลิตร/ครั้ง ผู้เข้าร่วมงานวิจัยจะได้รับยาเมโทโคลพราไมด์ ขนาด 10 มิลลิกรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ทุก 6-8 ชั่วโมง ร่วมกับยาอีริโทรไมซิน รูปแบบยาน้าแขวนตะกอนโดยให้ผ่านทางสายยางให้อาหารขนาด 250 มิลลิกรัม (10 มิลลิลิตร) หรือยาหลอก ทุก 6 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 วัน ผลลัพธ์หลัก ได้แก่ สัดส่วนของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการรับอาหารผ่านสายยางให้อาหาร ได้แก่ ผู้ที่ได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของพลังงานเป้าหมายที่ 48 ชั่วโมง ผลลัพธ์รอง ได้แก่ ปริมาณอาหารเหลือค้างในกระเพาะเฉลี่ย พลังงานจากอาหารเฉลี่ยที่ได้รับสัดส่วนของพลังงานอาหารที่ได้รับจริงต่อพลังงานเป้าหมายที่ควรได้รับในวันที่ 1 ถึง 7 ของโครงการวิจัย อุบัติการณ์ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ ระยะเวลานอนโรงพยาบาล อัตราการตายระหว่างเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมทั้งอาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และท้องเสีย ใช้สถิติ Independent t-test หรือ Wilcoxon rank-sum test ในการวิเคราะห์ข้อมูลชนิดต่อเนื่อง และ Chi-square หรือ Fisher’s exact test สำหรับข้อมูลชนิดกลุ่ม ร้อยละของผู้ป่วยที่ประสบความสำเร็จในการรับอาหาร ที่ระยะเวลาวันที่ 1 ถึง 7 แสดงในรูปของกราฟ Kaplan-Meier โดยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มโดยใช้สถิติ log-rank test สาหรับผลลัพธ์ที่มีการวัดซ้ำ ได้แก่ ปริมาณอาหารเหลือค้างในกระเพาะเฉลี่ย และพลังงานจากอาหารเฉลี่ยที่ได้รับ ในวันที่ 1 ถึง 7 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Generalized estimating equations (GEE)

 


ABSTRACT

The objective of this study was to determine the efficacy and safety of enteral erythromycin in combination with intravenous metoclopramide compared with intravenous metoclopramide monotherapy in mechanically ventilated patients who developed enteral feeding intolerance. The study design was randomized, double-blind comparative study. The mechanically ventilated patients who developed a feeding intolerance, defined as the gastric residual volume (GRV) ≥ 150 mL concomitant with symptoms of vomiting, regurgitation or abdominal distension or GRV ≥ 250 mL during enteral feeding were randomized to receive 10 mg of metoclopramide intravenously every 6-8 hours in combination with either 250 mg of oral erythromycin or placebo every 6 hours for 7 days. The successful feeding, defined as the administered calorie to target calorie at ≥ 80% at 48 hours, was evaluated as the primary outcome. Secondary pre-specified outcomes were the daily average GRV, the total calorie intake and the administered/ target calorie ratio over 7 days, length of hospital stay (LOS), hospital mortality and 28-day mortality rate. Adverse effects including arrhythmia and diarrhea were also analyzed as safety outcomes. Independent t-test, Wilcoxon rank-sum test, Chi square, and Fischer exact test were used to analyze the relationships between variables. Successful feeding rate over a 7-day period was examined by the survival analysis. The repeated measurement outcomes, the daily average GRV and the actual calories, were analyzed by using the Generalized Estimating Equations (GEE) model. P-value less than 0.05 was considered statistically significant.

A total of 35 mechanically ventilated patients were enrolled. There was no difference in the percentage of successful feeding between the combination group and the metoclopramide monotherapy (47.1% vs 61.1%, p = 0.404). The daily median GRV over 7 days in the combination group was significantly lower than the monotherapy group (130 mL (range, 0-1380 mL) vs 255 mL (range, 0-1490 mL), p = 0.005), especially on day 4 of enrolled. The median of actual total calorie intake over 7 days of enrolled was higher in the combination group compared with the metoclopramide monotheapy group (1400 kcal/day (range, 0-1920 kcal/day) vs 1080 kcal/day (range, 0-1920 kcal/day), p = 0.010). However, the proportion of administered to target calories was similar in both groups (92% (range, 0-143.5%) in combination group and 90.6% (range, 0-177.8%) in metoclopramide monotherapy group). The incidences of adverse effects were not significantly different between two groups.

In conclusion, the successful feeding rate in ventilated patients who developed a feeding intolerance was not difference among the enteral erythromycin and intravenous metoclopramide combination and intravenous metoclopramide monotherapy. However, the combination group revealed the trend to decrease GRV and achieve higher calorie intake. Further large study is necessary to confirm these initial findings.

 

Pharmacy-2020-RH-Efficacy and safety of oral erythromycin estolate in combination with metoclopramide versus metoclopramide monotherapy


ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้อีริโทรไมซินเอสโทเลตชนิดรับประทานร่วมกับเมโทโคลพราไมด์เปรียบเทียบกับการใช้เมโทโคลพราไมด์ชนิดเดียวในผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจที่รับอาหารผ่านทางเดินอาหารได้ลดลง: การศึกษาเปรียบเทียบ กลุ่มควบคุมแบบสุ่มชนิดปกปิด 2 ทาง

รายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยสยาม:

Faculty of Pharmacy, Siam University, Bangkok, Thailand

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 240