Fraudulent claims by the insured on online sale channel of motor insurance policy

Last modified: October 26, 2019
Estimated reading time: 3 min
Project Title: Fraudulent claims by the insured on online sale channel of motor insurance policy
การฉ้อโกงการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์รถยนต์ที่ขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
Author: Ms. Porntip Klintip
นางสาวพรทิพย์ กลิ่นทิพย์
Advisor: Dr. Teerachote Pongtaveewould
ดร. ธีรโชติ พงศ์ทวีวุฒิ
Degree: Master of Business Administration (International Program)
Major: International Business Management
Faculty: Graduate Schools
Academic year: 2017

Citation

Porntip Klintip. (2017). Fraudulent claims by the insured on online sale channel of motor insurance policy. (Independent study, Master of Business Administration). Bangkok: Siam University.


บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ในการศึกษาการค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ เพื่อศึกษาถึงรูปแบบพฤติกรรมของผู้เอาประกันภัยที่นำมาใช้ในการฉ้อโกงการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขและข้อยกเว้นของกรมธรรม์รถยนต์ที่ขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้วิจัยได้ออกแบบสอบถาม และจัดส่งแบบสอบถามให้แก่เจ้าหน้าที่ในแผนกสินไหมทดแทนรถยนต์ จำนวน 11 ท่าน ของบริษัทให้บริการการบริหารงานสินไหมทดแทนสำหรับกรมธรรม์รถยนต์ที่ขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แก่บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง

ผลการค้นคว้าอิสระครั้งนี้ พบว่า ผู้เอาประกันภัยใช้  21 รูปแบบในการทำการฉ้อโกงการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นของกรมธรรม์รถยนต์ที่ซื้อผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดรูปแบบการกระทำออกเป็น 4 กลุ่ม คือ รูปแบบการกระทำเกี่ยวกับระยะเวลาเอาประกันภัย รูปแบบการกระทำเกี่ยวกับรถยนต์ที่เอาประกันภัย รูปแบบการกระทำเกี่ยวกับการเปลี่ยนลักษณะเหตุการณ์ และรูปแบบการกระทำที่เกี่ยวกับตัวบุคคล นอกจากนี้ จากการวิจัยยังพบว่าพฤติกรรมเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ ถูกนิยมใช้ และสามารถใช้หลีกเลี่ยงข้อยกเว้นของกรมธรรม์ได้หลายข้อ อาทิเช่น ข้อยกเว้นเกี่ยวกับการขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์, การขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับอนุญาตขับขี่ ใดๆ หรือเคยได้รับ แต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือใช้ใบขับขี่จักรยานยนต์ไปขับรถยนต์ หรือเงื่อนไขกรมธรรม์ที่เกี่ยวกับค่าความรับผิดชอบส่วนแรกของผู้เอาประกันภัย  และการพิจารณาตัดสินใจการฉ้อโกงนี้ สามารถกระทำได้โดยบริษัทประกันภัย หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบริษัทประกันภัยสามารถปฏิเสธการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยได้โดยตรง หรือ ส่งต่อเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการสืบสวนขั้นต่อไป โดยการค้นคว้าอิสระครั้งนี้ ไม่สามารถทำผลการวิจัยออกมาเป็นเชิงสถิติได้

ข้อเสนอแนะในการค้นคว้าครั้งนี้ คือ บริษัทประกันภัยควรให้การฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ณ สถานที่เกิดเหตุให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น บริษัทประกันภัยควรตรวจสภาพรถยนต์ทุกคันก่อนรับประกันภัย และควรแบ่งปันประวัติความเสียหายหรือ บันทึกข้อมูลรถยนต์หรือข้อมูลลูกค้าระหว่างบริษัทประกันภัยด้วยกัน นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษทางกฎหมายแก่บุคคลที่ทำการฉ้อโกง และสนับสนุนการทุจริตในการประกันภัยไม่ควรถูกเพิกเฉย สุดท้ายนี้ ผู้วิจัย แนะนำให้ผู้ทำการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ หรือใช้จำนวนประชากรกลุ่มตัวอย่างมากขึ้น หรือ ทำการศึกษาการฉ้อโกงประกันภัยโดยบุคคลอื่น หรือ กรมธรรม์ประเภทอื่น ๆ หรือศึกษาการฉ้อโกงประกันภัยในเชิงสถิติ หรือ การใช้การวิจัยแบบเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณร่วมกัน


Abstract

The objective of this study was to study and analyze the patterns of behavior of the Insured who use to avoid policy terms and exclusion to make fraudulent claims on online sale channel of Motor Insurance Policy. The survey research by questionnaires were submitted to 11 members of claim staff in one outsourcing company who provides service of claim management of online sale channel for Motor Insurance Policy to one Insurance Company.

The findings revealed that the Insured use 21 patterns to make fraudulent claims avoiding policy terms and exclusions of Motor Insurance Policy on online sale channel. The patterns are classed into 4 action groups; actions related to insurance period, the insured car, changing circumstances and person (The Insured and other parties).  The pattern of changing incident driver is frequently use to avoid exclusions, such as driving of the Motor Vehicle by a person who has a blood alcohol level of not less than 150 milligrams percent; or driving of the Motor Vehicle by any person who has not been granted a valid driver’s license, or had been granted a valid driving license but was barred from using the driving license, or being granted a driver’s license for motorbikes but uses such license for driving of the Motor Vehicle or policy terms concerning deductibles. The consideration of Insurance fraud can be done by Insurance Company or Police Officer. Insurance Company can deny the claim to the Insured directly or report the case to police officer for further inspection. This study cannot produce any statistics of fraudulent motor claims.

The researcher recommend Insurance Company to provide training to motor claim surveyor who inspect at the accident scene for more efficiency, Insurance Company should do car inspection for all cars before Insurance acceptance and share the information of loss record or car/customer among Insurance Companies. Furthermore, Law enforcement and the legal penalty to the person who make and support Insurance Fraud should be not ignored. Finally, the researcher recommend the further study should be the behaviour of changing incident driver or with a larger population of respondents of members of claim staff who works for online channel sale of Motor Insurance Policy or research on Insurance fraud of any specific parties, aside from the Insured, any other Insurance aside from motor insurance or research on any Insurance fraud in statistic or a mixed research method of quantitative and qualitative.


Fraudulent claims by the insured on online sale channel of motor insurance policy

International Master in Business Administration (IMBA), Siam University, Bangkok, Thailand

Related by Advisor:

Tags:
Was this article helpful?
Dislike 0
Views: 48